เหล็กบีม เหล็ก H BEAM คืออะไร

เหล็กบีม เหล็ก H BEAM คืออะไร ?

เหล็ก H BEAM เหล็กโครงสร้างรูปพรรณรีดร้อน เหมาะสำหรับงานโครงสร้าง

 

เหล็กบีม เหล็ก H BEAM

ไม่ว่าเราจะออกไปทำงาน ไปทำธุรกิจ หรือไปเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจ ไม่ว่าจะไปที่ไหนๆ ก็ยากที่จะเอาชนะความรู้สึกที่ได้กลับมาอยู่ที่บ้านของเราเอง บ้านที่ดี นอกจากจะต้องมีความสบายกายและสบายใจแล้ว จำเป็นต้องมีโครงสร้างบ้านที่แข็งแรง ทนทานอยู่ได้ยาวนานหลายสิบปี

คานเหล็กถือเป็นโครงสร้างที่สำคัญ ที่ทำขึ้นเพื่อรองรับน้ำหนักและถ่ายลงสู่เสา ในงานก่อสร้างทุกประเภทไม่ว่าจะเป็นบ้าน อาคาร ตึกสูง สะพาน สนามกีฬา ฯลฯ ทุกโครงสร้างจำเป็นต้องมีคานเหล็กไว้เพื่อรองรับน้ำหนักของโครงสร้าง ซึ่งคานเหล็กนี้มีหลายขนาด หลายประเภท หลายแบบ แน่นอนว่าการใช้งานของคานเหล็กแต่ละประเภทนี้ ใช้งานแตกต่างกัน

ประเภทของคานเหล็ก สามารถแบ่งออกได้เป็นดังนี้

  1. ประเภทของคานเหล็กตามการรองรับน้ำหนัก
    • คานเหล็กแบบเรียบง่าย - คานประเภทนี้ที่ปลายทั้งสองด้านจะสามารถหมุนได้อย่างอิสระ
    • คานเหล็กแบบคงที่ - คานประเภทนี้ไม่สามารถหมุนได้ โดยคานจะขยายการรับน้ำหนักจากฝั่งหนึ่งไปยังอีกฝั่ง
    • คานเหล็กแบบแขวน - คานประเภทนี้จะยื่นยาวออกไปด้านใดด้านหนึ่ง คานเหล็กแบบแขวนคู่ - คานประเภทนี้จะยื่นยาวออกไปทั้งสองด้าน
    • คานเหล็กแบบต่อเนื่อง - คานปรเภทนี้จะมีจุดรองรับน้ำหนักมากกว่าสองแห่งขึ้นไป คานเหล็กแบบยื่น - เป็นคานที่รองรับปลายด้านใดด้านหนึ่งเท่านั้น
    • คานโครงถักหรือคานค้ำ - คานนี้จะมีการเสริมด้วยแท่งหรือสายเคเบิลเพื่อทำเป็นโครงสำหรับรองรับน้ำหนัก

  2. ประเภทของคานเหล็กตามรูปทรงเรขาคณิต
    • คานเหล็กแบบตรง - ตามชื่อเลย เป็นคานเหล็กแบบตรง
    • คานเหล็กแบบโค้ง - การใช้งานคานเหล็กประเภทนี้มีเทคนิคอยู่ว่า ผิวหน้าหรือระนาบที่เลือกต้องตั้งฉากซึ่งกันและกัน
    • คานเหล็กเรียว - หรือที่เรียกกันว่า คานเทเปอร์ นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายสำหรับงานโครงสร้างเนื่องจากมีอัตราส่วนความแข็งต่อมวลสูง และยังมีข้อดีหลายประการ เช่น ความสามารถในการรับแรงเฉือนที่ดีกว่า ความมั่นคงด้านข้างที่สูงขึ้น และยังช่วยในเรื่องลดน้ำหนัก

  3. ประเภทคานเหล็กตามหน้าตัด
    • คานเหล็กตัดแบบ I-beam
    • คานเหล็กตัดแบบ T-beam
    • คานเหล็กตัว C
    • คานเหล็ก H-Beam

เมื่อได้ทราบแล้วประเภทของคานเหล็กแต่ละประเภทแล้ว วันนี้ จะมาขอเจาะลึกไปที่คานเหล็กที่นิยมใช้ในงานก่อสร้างกัน นั่นก็คือ คานเหล็กแบบ H-Beam คานเหล็ก H-Beam หรือ เหล็กม้วน RSJ คานเหล็กนี้จะมีหน้าตัดเป็นรูปตัว H เป็นคานโครงสร้างที่ทำจากเหล็กแผ่นรีด มีความแข็งแรงสูง คานเหล็กแบบ H-Beam นี้สามารถรองรับน้ำหนักได้มากกว่าคานเหล็กประเภท I-Beam นิยมใช้ในงานโครงสร้างอาคาร ที่อยู่อาศัย และพวกอาคารพานิชย์ต่างๆ

ในแง่ของการออกแบบ H-Beam จะมีครีบที่ยาวกว่า กว้างกว่าและหนักกว่า I-Beam สำหรับความแข็งแรงของเหล็ก H-Beam นี้เนื่องจากเป็นเหล็กกล้า จึงมีความแข็งแรงค่อนข้างสูง และมีความง่ายต่อการเชื่อมเหล็ก H-Beam ไปกับโครงสร้างต่างๆ เพราะมีพื้นผิวหน้าตัดที่กว้างจึงสามารถรับน้ำหนักได้มาก สำหรับการนำไปประยุกต์ใช้ในงานก่อสร้าง เนื่องจากเหล็ก H-Beam มีความหนา จึงเหมาะสำหรับโครงสร้างประเภททำชั้นลอย ชานชาลา สะพาน สโมสร โกดังหรือโครงสร้างอาคารพานิชย์ เหล็ก H-Beam ที่ได้มาตรฐานตาม ASTM ของประเทศสหรัฐอเมริกาแล้ว มักจะถูกเรียกว่าเหล็ก Wide Flange (W-Shape)

ปัจจุบันนี้เหล็ก H-Beam สามารถผลิตได้ในประเทศและได้รับความนิยมอย่างมากในงานก่อสร้าง เพราะง่ายและสะดวกรวดเร็วในการก่อสร้าง สามารถนำเหล็กมาดัดโค้งให้ได้รูปทรงต่างๆ ง่ายต่อการดัดแปลงและง่ายต่อการรื้อถอนและที่สำคัญสามารถนำกลับมาใช้งานซ้ำได้อีกด้วย

ก่อนจะตัดสินใจซื้อเหล็ก Beam (เหล็ก H-Beam) ควรดูจากอะไร

  1. ควรมีใบรับรองและต้องได้มาตรฐาน มอก.
  2. ควรมีบริการหลังการขาย
  3. ซื้อกับบริษัทหรือตัวแทนจำหน่ายที่น่าเชื่อถือ

ไวต้า ธานี เราเป็นตัวแทนจำหน่ายเหล็กทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นเหล็กรูปพรรณ เหล็กเส้น เหล็ก H-Beam ตะแกรงเหล็ก รวมไปถึงวัสดุก่อสร้างต่างๆ เหล็กทุกชนิดของไวต้า ธานี ได้รับมาตรฐาน มอก. และมีใบรับรอง เรายังมีผู้เชี่ยวชาญเรื่องโครงสร้างเหล็กต่างๆ คอยให้คำปรึกษากับลูกค้า

สำหรับเหล็ก H-Beam เรามีให้เลือกมากกว่า 20 ขนาด สามารถรองรับได้ทุกงานออกแบบ หากเป็นลูกค้าที่อยู่ต่างจังหวัด เรามีบริการขนส่งทั่วประเทศด้วย


สอบถามเพิ่มเติมได้ที่
บริษัท ไวต้า ธานี จำกัด
Tel : 094-4122337 (สายด่วน)
E-mail : vita.steel18@gmail.com
LINE : https://line.me/ti/p/%40edo4950u
Facebook : บจก.ไวต้า ธานี